เทรนด์รักสุขภาพกลายเป็นเทรนด์ที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง และตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดรอปลงแต่อย่างใด ทุกคนพร้อมจะอวดกิจกรรมรักสุขภาพของตัวเองลงโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น การทำอาหารคลีนรับประทานเอง การออกกำลังกาย เข้าฟิตเนส คลาสโยคะ ปั่นจักรยาน ไปจนถึงการวิ่ง ปัจจุบัน เราสามารถพูดได้ว่า การวิ่งได้กลายเป็นกีฬากระแสหลักของคนไทยยุคนี้ได้อย่างเต็มปาก  ด้วยปัจจัยสำคัญหลายประการ อาทิ ต้นทุนไม่แพง เริ่มต้นได้ง่าย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย สามารถจัดสรรเวลาได้ตามตารางชีวิตของตัวเอง และสามารถเป็นสัญลักษณ์ของคนรักสุขภาพได้ หากบอกว่าวิ่งคือกีฬาประจำตัว

จากข้อมูลการสำรวจของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ในปี 2559 ประเทศไทยมีผู้ออกกำลังกายด้วยการวิ่งจำนวน 12 ล้านคน โดยเป็นคนในวัยทำงานมากที่สุดสูงถึง 6.9 ล้านคน รองลงมาเป็นกลุ่มวัยรุ่น และกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งมีสัดส่วนพอๆ กัน ที่ 2.5 ล้านคน และจากนักวิ่งทั้งหมด จัดเป็นกลุ่มคนที่อาศัยในเมืองถึง 8.1 ล้านคน

อย่างไรก็ดี สำหรับนักวิ่งแล้ว การซ้อมวิ่งเป็นประจำนับเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้นักวิ่งมีพัฒนาการที่ดี แต่สำหรับคนเมือง หรือคนวัยทำงาน ที่ถือว่าเป็นประชากรนักวิ่งกลุ่มใหญ่ การหาเวลาหรือสถานที่ซ้อมวิ่งให้ได้เป็นประจำนับเป็นเรื่องที่ท้าทายพอๆ กับการลงประลองสนามจริงเลยทีเดียว

การวิ่งบนถนน หรือวิ่งตามสวนสาธารณะต่างๆ ก็มีข้อดีตรงที่ ได้รับอากาศสดชิ่นบริสุทธิ์ ประหยัด ไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถวิ่งไปพร้อมชมวิวรอบตัวได้ ไม่น่าเบื่อจำเจ แต่ข้อเสียก็จะมีบ้าง เช่น ฝนฟ้าอากาศไม่เป็นใจ มีตัวแปรเรื่องเวลาและการเดินทางมาเกี่ยวข้อง เช่น ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อรีบไปวิ่งก่อนไปทำงาน หรือไปวิ่งหลังเลิกงานก็อาจจะเหนื่อยหรือขี้เกียจเกินไป

ส่วนการวิ่งบนลู่ไฟฟ้า อย่างในฟิตเนสต่างๆ  จะมีข้อดีที่ตอบโจทย์เรื่องเวลา ฟิตเนสบางที่ก็อยู่ในตึกออฟฟิศเลย เดินทางสะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศ ฝนตกแดดออก ลู่วิ่งที่ดีก็จะช่วยลดแรงกระแทก ถนอมเข่า-ข้อเท้าได้มากกว่าวิ่งบนถนนจริงหรือในสวนสาธารณะ แต่ข้อเสียก็อาจจะเป็นเรื่อง ค่าใช้จ่าย ค่าเมมเบอร์ของฟิตเนส เป็นต้น

จะดีแค่ไหน… ถ้าเราสามารถผนวกข้อดีของลู่วิ่งทั้ง 2 แบบ แล้วซ้อมวิ่งหลังเลิกงานได้ในทุกๆ วัน โดยไม่ต้องห่วงรถติด หรือสภาพอากาศที่แปรปรวน

ลู่วิ่งในฝันนี้ตั้งอยู่ที่อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท ไบเทค อาคารสำนักงานเกรดเอแห่งแรกในย่านสุขุมวิท-บางนาที่เชื่อมต่อกับ BTS สถานีบางนา เป็นลู่วิ่งลอยฟ้าที่สูงที่สุดในประเทศไทย ด้วยระยะทาง 200 เมตร บนพื้นที่กว่า 2,200 ตารางเมตร บนชั้น 29 ของอาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท ไบเทค เจ้าของรางวัลสุดยอดผู้พัฒนาอาคารสำนักงานแห่งประเทศไทย จากเวที Asia Pacific Property Award Development 2017 ที่มุ่งเน้นตอบโจทย์ความต้องการของผู้เช่าด้วยมาตรฐานการก่อสร้างสูงสุด  พร้อมนวัตกรรมล้ำสมัยและดีไซน์ที่สวยงาม และยังมอบสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทำงานยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ

ลู่วิ่งลอยฟ้าแห่งนี้เป็นการพัฒนาของกลุ่มบริษัทภิรัชบุรี ที่ออกแบบโดยบริษัทดีไซน์ 103 อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยลู่วิ่งนี้ถูกออกแบบด้วยดีไซน์โดดเด่นสะดุดตา ความโค้งของเส้นทางวิ่งสอดรับกับเส้นสายโครงสร้างของตัวอาคารที่ดูทันสมัย และใช้วัสดุที่ช่วยลดแรงกระแทกในการวิ่งของเหล่านักวิ่งได้ นอกจากนี้ผู้ที่มาซ้อมวิ่งก็ไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศฝนตกแดดออกแต่อย่างใด เพราะลู่วิ่งนี้ถูกสร้างขึ้นในร่มที่มีเพดานสูงโปร่งถึง 7.5 เมตร ทำให้โปร่งโล่งสบาย และสามารถวิ่งพร้อมชมวิวมุมสูง ของแม่น้่ำเจ้าพระยา และบางกระเจ้าแบบพาโนราม่าได้เลยทีเดียว

หากใครไม่ใช่สายวิ่ง จะขึ้นมาพักผ่อนหย่อนใจสูดอากาศบริสุทธิ์ก็ไม่ว่ากัน เพราะทางอาคารก็ได้จัดพื้นที่สีเขียวส่วนกลาง (Roof Garden) ให้ได้ชิลกันอย่างเต็มอิ่ม จะเช้า สาย บ่าย เย็น ก็ขึ้นมาพักสายตา หาแรงบันดาลใจได้จากบนนี้เลย

อย่างไรก็ดี ลู่วิ่งและสวนสีเขียวบนชั้น 29 แห่งนี้ สงวนสิทธิ์สำหรับพนักงานออฟฟิศของบริษัทต่างๆ ที่ตั้งอยู่ใน อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท ไบเทค เท่านั้นนะ