การเดินทางมอบประสบการณ์แปลกใหม่ให้เราไม่รู้จบ เพราะโลกใบนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าค้นหา และนี่คือเส้นทาง Rayong Charming Locals สะท้อนความเฉิดฉายของการท่องเที่ยวชุมชน เป็นเสน่ห์ของเมืองไทยที่พร้อมแชร์โมเมนต์แห่งความสุขใจ 

พบกับเสน่ห์อันหลากหลายของชุมชนปากน้ำประแส .แกลง จ.ระยอง กับ 20 มุมมองที่น่าชื่นชม

1.ชุมชนปากน้ำประแส

แม่น้ำประแสไหลลงจากเทือกเขาชะเมาในอำเภอแกลง ผ่านเส้นทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ก่อนจะออกสู่ทะเล ซึ่งเรียกว่า “ปากน้ำประแส” ซึ่งมีการตั้งถิ่นฐานของชาวประมงมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุทธยา อีกทั้งยังเป็นท่าเรือขนส่งสินค้าที่สำคัญมากในอดีต ปัจจุบันคือ “ชุมชนปากน้ำประแส” แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ 

2.นั่งรถสามล้อชมชุมชนเก่าริมน้ำประแส

ปัจจุบันท่องเที่ยวชุมชนเก่าริมน้ำประแส มีบริการรถมอเตอร์ไซด์สามล้อ หรือ มอเตอร์ไซด์พ่วงข้าง ท่องเที่ยวชุมชน โดยจะพาตระเวนไปตามจุดต่าง ๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง เริ่มต้นจากตัวหมู่บ้าน ซึ่งเป็นถนนสายเล็ก ๆ เลียบแม่น้ำ สภาพบ้านเรือนผสมผสานความเก่าใหม่ไปตามยุคเวลา แต่ยังคงเอกลักษณ์ของชุมชนเก่าที่มีความสงบเงียบ เหมาะกับการเดินเล่นมาก ๆ 

เดิมรถสามล้อเหล่านี้ เป็นยานพาหนะในการขนย้ายผลผลิตทางการประมงไปยังที่ต่าง ๆ และปรับเสริมเติมหลังคาขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว แถมพี่ ๆ ที่ขับรถ ยังรับบทเจ้าบ้านนักเล่าเรื่อง ช่วยแนะนำข้อมูลสำคัญสำหรับสถานที่ต่าง ๆ อีกด้วย

3.บ้านพิพิธภัณฑ์ปากน้ำประแส

จุดแรกในตัวหมู่บ้านที่เราได้แวะชมวันนี้ คือบ้านพิพิธภัณฑ์ปากน้ำประแส ซึ่งเป็นตัวบ้านไม้เก่าอายุกว่า 100 ปี จัดแสดงวัตถุโบราณ ข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้งภาพถ่าย ฯลฯ จุดนี้จะทำให้เราได้เห็นภาพของชุมชนปากน้ำประแสในสมัยก่อน ก่อนที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังจุดอื่น ๆ ต่อไป

4.อนุสรณ์เรือรบหลวงประแส

สัญลักษณ์ที่สำคัญเมื่อกล่าวถึงปากน้ำประแส ก็คือ เรือรบหลวงประแส เรือรบหลวงเก่าที่ปลดประจำการ จากสงครามเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ อนุสรณ์สถานที่มีประวัติศาสตร์สำคัญในการรำลึกถึงราชนาวีไทย

ในอดีตสมัยสงครามเกาหลี เรือรบหลวงประแสพร้อมทัพทหารไทยได้ปฏิบัติภารกิจพร้อมเรือรบสีชัง และเรือรบหลวงบางปะกง ภารกิจหลักของรบหลวงประแส คือ คุ้มกันเรือลำเลียงน้ำมัน เรือกวาดทุ่นระเบิด รวมถึงการระดมยิงชายฝั่ง ซึ่งมีพื้นที่ปฏิบัติการบริเวณตั้งแต่ฝั่งทะเลตะวันออกในแถบเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เรื่อยขึ้นไปจนถึงเมืองวอนซาน ของประเทศเกาหลีเหนือ รวมระยะเวลากว่าเกือบ 1 ปี  หลังจากรับใช้ชาติมานาน ก็ได้ปลดประจำการเมื่อปี 2543 จากนั้นได้เคลื่อนย้ายมาตั้งเป็นอนุสรณ์ ณ ปากน้ำประแส เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2546

5.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ 

อนุสรณ์สถานและสถานที่สักการะ “เสด็จเตี่ย” หรือ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาแห่งทหารเรือไทย เพื่อยกย่องพระเกียรติคุณในฐานะผู้พัฒนาทหารเรือไทย ผู้วางรากฐานกองทัพเรือ 

นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวบ้านประแส เนื่องจากในวันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2512 ในหลวงรัชกาลที่ 9 “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีประดิษฐานพระรูปกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ พระตำหนักแห่งนี้ ซึ่งถือเป็น 1 ใน 11 แห่งจากทั้งหมด 200 กว่าแห่งที่พระองค์ท่านทรงเสด็จมาประกอบพิธีเปิดศาลฯด้วยพระองค์เอง

6.วัดตะเคียนงาม 

นอกจากร่มเงาอันร่มรื่น นี่คือสัญลักษณ์แห่งความอุสมบูรณ์ของปากน้ำประแส นอกจากทรัพยากรทางทะเลแล้ว ยังมีร่มไม้ใหญ่ “ต้นตะเคียน” อายุกว่า 500 ปี และกว่า 300 ปี ตระหง่านอยู่ในวัดตะเคียนงาม ถือเป็นหนึ่งในมรดกทางธรรมชาติของแผ่นดิน ในอดีตต้นตะเคียนขนาดสูงใหญ่ ยังเป็นจุดสังเกตของชางประมงในการนำเรือเข้าฝั่ง มาถึงปัจจุบันเป็นเป้าหมายของผู้ที่รักธรรมชาติ เข้ามาโอบกอดรับพลังบวก รวมทั้งการขอพรด้านโชคลาภ

7.ล่องเรือวิถีชุมชนคลองแสม 

ชุมชนบ้านแสมผู้ ตั้งอยู่ในเขตปากน้ำประแส จังหวัดระยอง เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วิถีประมงริมป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ 

การท่องเที่ยวเริ่มต้นจากท่าเทียบเรือบ้านแสมผู้ ตรงนี้จะมีชาวบ้านนำของท้องถิ่นมาวางจำหน่าย อาทิ ขนมกะลา ที่ปัจจุบันมีผู้สืบทอดวิชาในหมู่บ้านเพียง 2 คน ที่แปลกมากคือทั้งสองคนล้วนเป็นผู้พิการทางการได้ยิน นอกจากนั้นยังมีอาหารทะเลแห้ง ที่ชาวบ้านทำเอง ขายเอง ส่วนใครที่อยากเข้าห้องน้ำก็มีบริการในบริเวณนี้ในราคา 5 บาท

8.บ้านโบราณ ตำนานร้อยปี

เมื่อผ่านแนวป่าโกงกางไปสักระยะ นั่งมองป่าโกงกางอย่างเพลิน ๆ คนเรือก็บอกให้เราหันมองทางขวามือ เป็นบ้านหลังหนึ่งในป่าโกงกาง หลังเดิม หลังเดียวที่อยู่เคียงคลองมากว่า 100 ปี พร้อมตำนานแปลกที่ค่อนข้างหลอนว่าเป็นบ้านอาถรรพ์ เพราะมีผู้ครอบครองเข้ามาอาศัย 4 คนแล้วก็ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ 

9.การเลี้ยงหอยนางรม

ล่องเรือไปสักระยะก่อนจะถึงปากทางออกทะเล เราจะเห็นแนวไม้ไผ่ที่เรียงรายเป็นทางยาว มีแป้นหอยนางรมร้อยเชือกเป็นพวง เป็นแนวบ้านจัดสรรสำหรับสมาชิกหอยนางรมมาอาศัยอยู่ เป็นวิถีประมงชายฝั่งที่พึ่งพาอาศัยธรรมชาติอันน่าทึ่ง

นอกจากการเลี้ยงหอยนางรมแล้ว ในช่วงน้ำลดจะมีเนินเลนปนทรายโผล่ขึ้นเหนือน้ำ เป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านจะออกมาทำการ “คราดหอย” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหอยขาวและหอยตลับ เป็นอีกสิ่งที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ แบบในน้ำมีปลา ในเลนมีหอย 

10.ปูก้ามดาบ

เมื่อน้ำลดลง จนแนวหาดทรายปนเลนริมชายป่าโกงกางโผล่ขึ้นมา ก็ถึงเวลาที่เจ้าปูก้ามดาบหลากสีจะออกมาวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน แต่เรียกว่าอาจจะวิ่งหนีเสียงเรือที่กำลังเทียบท่าก็เป็นได้

ปูก้ามดาบ (Fiddler crab)  เป็นปูที่มีลักษณะพิเศษ นอกจากขนาดตัวที่เล็กมาก ยังมีกระดองเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ตัวผู้จะมีก้ามข้างหนึ่งที่ใหญ่มาก อาจจะใหญ่กว่าขนาดตัวเลยด้วยซ้ำ ก้ามโต ๆ นี้ใช้ข่มขู่ศัตรูและสร้างความสนใจจากตัวเมีย 

11.ค้างคาวป่าโกงกาง

ค้างคาวเป็นสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในป่าโกงกาง อาจจะเห็นตัวได้ยาก ต่างจากเสียงที่ระงมทั่วทั้งป่า เราล่องเรือมาในช่วงท้าย ๆ ในช่วงบ่ายแก่ ๆ  ก็ได้พบกับเจ้าฝูงค้างคาวนับพันตัวมาไก่ที่แฝงตัวอยู่ปลายยอดไม้  

12.ศาลจ้าวพ่อแสมภู่

เส้นทางล่องเรือในช่วงท้าย ๆ เราจะได้พบกับ ศาลเจ้าพ่อแสมภู่ (หรือเจ้าพ่อแสมผู้) หนึ่งในความเชื่อความศรัทธาของชาวบ้านประแส โดยชาวบ้านและชาวเรือที่ปากน้ำประแสให้ความเคารพนับถือ และมักจะมาขอพรเรื่องโชคลาภ รวมทั้งขอให้เจ้าพ่อช่วยคุ้มครองปกป้องให้ปลอดภัยในการออกเรือค้าขายหรือทำประมง

13.ทุ่งโปรงทอง

สมบัติอันล้ำค่าของชาวชุมชนปากน้ำประแส และน่าจะหมายรวมถึงโลกใบนี้ คือพื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์และงดงาม นามว่า “ทุ่งโปรงทอง”  ถือเป็นพื้นที่ป่าชายเลนขนาดใหญ่ด้วยพื้นที่กว่า 6,000 ไร่ โดดเด่นด้วยต้นโปรง สีเหลืองทองสดใส มีเส้นทางสะพานไม้ให้เดินลัดเลาะเข้าไปชื่นชมประมาณ 2 กิโลเมตร สามารถเดินทางเข้ามาได้ทั้งทางรถและทางเรือ

14.ล่องแพเปียกชมเหยี่ยวแดง 

เหยี่ยวแดง เป็นสัตว์ที่อาศัยและหากินในแถบทะเลภาคตะวันออกทั้งระยอง จันทบุรี และตราด ปัจจุบันสามารถใช้บริการล่องแพเปียกเพื่อชมเหยี่ยวแดงปากน้ำประแสได้ในช่วงเย็น ๆ ประมาณ16.00 น. เป็นต้นไป ค่าบริการคนละ 200 บาท (ตามจำนวนที่กำหนด กรุณาสอบถามกับทางผู้ให้บริการอีกครั้ง”

วันนี้เราลงเรือใหญ่ที่จะลากแพไปในลำน้ำที่ท่าเรือริมน้ำ “บ้านชานสมุทร” เลือกได้ว่าจะนั่งเรือใหญ่หรือจะไปกับแพเปียก ซึ่งสามารถกระโดดเล่นน้ำได้ แต่ทุกคนต้องใส่เสื้อชูชีพตลอดเวลา

วิธีที่ทำให้เหยี่ยวที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ คุ้นเคยและใกล้เข้าหาผู้คนได้มากขึ้น คือการให้อาหาร เมื่อออกห่างจากชุมชนบริเวณริมน้ำไปสักพัก คนเรือจะทำการเป่านกหวีดเรียกร้องให้สัญญาณ จากนั้นก็นำมันหมูสดมาเป็นอาหารให้เจ้าเหยี่ยวแดงได้ลงมาโฉบเฉี่ยว  

15.ส่งตะวันที่ปากน้ำประแส

การชมเหยี่ยวจะใช้เวลาเกือบชั่วโมง จากนั้นก่อนจะถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน เรือจะย้อนกลับไปทางปากน้ำ เพื่อรอชมความงดงามของแสงสุดท้ายของวัน ฉากของบ้านเรือนริมแม่น้ำที่เรียงราย ชาวบ้านที่แจวเรือผ่านมาผ่านไป นับเป็นช่วงเวลาที่งดงาม น่าจดจำ

16.มาหาสมุทร บูติคโฮมสเตย์

บริเวณชุมชนเก่าริมน้ำประแส มีที่พักรูปแบบโฮมสเตย์ให้บริการประมาณ 20 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ริมน้ำอันสุดชิล หนึ่งในนั้นคือ MahahSamut Boutique Homestay แม้จะเรียกว่า โฮมสเตย์ แต่นี่คือที่พักมาตรฐาน ได้คุณภาพ เป็นสัดส่วนเหมือนรีสอร์ตทั่วไป  สะอาด สะอ้าน สะดวก สบาย แต่ยังคงความเรียบง่าย เงียบสงบ เหมาะกับบรรยากาศในพื้นที่

17.เจ๊หน่องแซ่บเวอร์ 

หนึ่งในร้านอาหารที่อยากจะแนะนำเมื่อมาถึงปากน้ำประแส คือ ร้านเจ๊หน่องแซ่บเวอร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับ มาหาสมุทร บูติคโฮมสเตย์นั่นเอง 

คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณกันมากสำหรับร้านอาหารที่อยู่ในแหล่งวัตถุดิบชั้นเลิศจากทะเล ส่วนเมนูก็มีให้เลือกหลากหลาย บรรยากาศริมทะเล ลมพัดเย็นสบาย แต่อาจจะปิดไม่ดึกมาก (เปิด 10.00 – 20.00 น.) เนื่องจากเป็นร้านที่อยู่ในชุมชนที่เงียบสงบ

18.ร้านบ้านปลา อ.แกลง จ.ระยอง

ในมื้อกลางวัน เราได้แวะรับประทานอาหารที่ร้านบ้านปลา ซึ่งอยู่ในพื้นที่ปากน้ำประแสเช่นกัน เป็นอีกร้านที่อยู่คู่ปากน้ำประแส แต่มีการปรับปรุงโซนใหม่ไฉไลกว่าเดิม เป็นมุมชมวิวผ่านม่านกระจกใส มองเห็นแนวป่าชายเลน บางช่วงก็จะมีเจ้าลิงมาวิ่งเล่น

เมนูอาหารร้านนี้มีหลากหลาย โดดเด่นด้วยอาหารซีฟู้ดและเมนูท้องถิ่น รสชาติไม่ได้จัดจ้านมาก แต่ได้คุณภาพ เหมาะกับคนทุกวัย อีกทั้งยังมีของฝาก Baanpla รวมของอร่อย ๆ หลากหลาย ที่ชื่นชอบมากคือบรรดาปลาอบแห้ง อร่อยมากจริง ๆ 

19.สะพานรักษ์แสม

ออกจากปากน้ำประแสไปไม่เกิน 5 กิโลเมตร ปักหมุดที่ “สะพานรักษ์แสม” อีกจุดสุดชิลของ ต.เนินฆ้อ อ.แกลง เป็นสะพานแขวนทอดยาวจากตัวชุมชน ข้ามสู่แนวป่าโกงกาง  เส้นทางศึกษาธรรมชาติยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ยามน้ำลดจะเห็นน้องปูแสมวิ่งเล่นมากมาย มักจะมีกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปู พันธุ์หอย ปลูกป่าโกงกาง เพื่อการอนุรักษ์เกิดขึ้นเป็นประจำ 

ล่าสุด สถานที่แห่งนี้มีการจัดงานประจำปี “วิวาห์ปู” กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืนสุดเก๋ หนึ่งเดียวที่ห้ามพลาด

20.ร้านน้ำปิง ปูเป็น 

จากสะพานรักษ์แสมไปไม่ไกล มีร้านอาหารรสชาติจัดจ้านอย่าง ร้านน้ำปิง ปูเป็น ที่นี่เป็นทั้งร้านอาหารและร้านของฝาก ประเภท จ๊อปู ทอดมันปู ปูนึ่งแกะเนื้อ กรรเชียงปูนึ่ง ฯลฯ รสชาติดีไม่แพ้ที่ไหน รวมทั้งเมนูอาหารหลากหลาย รสชาติถูกใจ 

ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยอง ติดตามความงดงามของระยอง พร้อมด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจได้ที่ Facebook/TatRayongOffice